brand logo

PHOTO | LIFE | INSPIRATION

Apr 2025

สุภณัฐ รัตนธนาประสาน
เรื่อง : ภาสินี ประมูลวงศ์ / กาญจนาภรณ์ มีขำ
21 Jul 2021

พอรู้ข่าวแล้วเตรียมตัวอย่างไรบ้าง


จริงๆ เราไปมาตลอด 3 วันตั้งแต่เกิดเหตุ คือวันแรกเราไม่ได้เข้าถึงที่เกิดเหตุเพราะเราไปประมาณ 3-4 โมงเย็นแล้วสถานการณ์แรงมากจนเราเองประเมินสถานการณ์ไม่ถูกว่ามันจะระเบิดอีกไหม หรือจะมีการปะทุแบบไหนขึ้นมาอีก วันแรกเลยจะเก็บภาพรอบนอก แต่วันอื่นเราเข้าไปข้างใน

ตอนแรกรู้ข่าว เราก็เตรียมตัวด้วยการประเมินสถานการณ์ พยายามเช็คข้อมูล ว่ามันเป็นไฟไหม้แบบไหน แรงขนาดไหน เช็คไปเรื่อยๆ ก็เห็นคนในหน้าเฟสบุคพูดถึงมากขึ้น มีแต่คนถ่ายรูปควัน เราดูจากบ้าน ประมาณ 20 กิโลเมตรจากที่เกิดเหตุยังเห็นควัน

เราเริ่มรู้ว่างานใหญ่แน่ จึงเริ่มเช็คหนักขึ้น ดูทั้งจากไลฟ์ของคนในพื้นที่ สำนักข่าว และกู้ภัย แล้วเราก็ตัดสินใจไปตอนเขาสั่งอพยพรัศมี 1 กิโลเมตรจากที่เกิดเหตุ พอเห็นการอพยพแบบนี้เราคาดการณ์ว่า อาจจะมีสารพิษรั่วหรือเจ้าหน้าที่กังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น กลัวระเบิดซ้ำ เขาเลยพยายามเซฟคนออกมาก่อน

หลังจากหาข้อมูลและตัดสินใจเรียบร้อย ขั้นต่อมาจึงเป็นการวางแผนเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในที่ปลอดภัยและได้ภาพออกมา ไม่ใช่บุ่มบ่ามเข้าไปอย่างเดียว เราเองต้องคำนึงถึงความปลอดภัย เพราะชีวิตก็สำคัญกว่าภาพประมาณหนึ่ง

วันแรกเราเข้าไปได้แค่ภาพควันกับเฮลิคอปเตอร์แล้วก็ถอยก่อน ออกมาคิดว่าสถานการณ์ต่อไปของไฟไหม้จะเกิดอะไรขึ้น เรานึกถึงศูนย์อพยพ วันนั้นจึงไปถ่ายศูนย์อพยพต่อ แล้วก็ไม่ได้เข้าไปตรงจุดเกิดเหตุแล้วเพราะออกมาไกล กับทางออฟฟิศมีคำสั่งว่าไม่จำเป็นไม่ต้องเข้า แต่มีพี่ช่างภาพอีกคนที่เข้าไปกับทีมข่าวข้างใน ส่วนเราอยู่รอบนอก

วันที่สองตื่นมาก็เริ่มเช็คข่าว พอรู้ว่าไฟมันมอด เราตัดสินใจเข้าพื้นที่เลย เตรียมอุปกรณ์ไปคือหน้ากากกันแก๊สพิษ N99 โดยทุกครั้งที่เข้าไป เราจะคิดตลอดว่าการไปแต่ละครั้งจะได้ภาพอะไรออกมาบ้าง อย่างเราคิดว่า วันที่สองนี้ ถ้าเป็นไปได้ เราอยากได้ภาพเฮลิคอปเตอร์ ภาพกู้ภัยเดินเข้าไปด้านใน ภาพโครงสร้างของตึกที่เกิดเพลิงไหม้ กับภาพโฟม แล้วก็อยากได้ภาพปะทุ หากมีการประทุเกิดขึ้นซ้ำ

วันที่สาม (คือวันที่สัมภาษณ์ ซึ่งขณะที่โทรสัมภาษณ์ คุณสุภณัฐเพิ่งกลับมาจากที่เกิดเหตุ – ผู้สัมภาษณ์) เราตัดสินใจไปถ่ายผลกระทบต่อชุมชน เราสำรวจบริเวณ 1 กิโลเมตรรัศมีเกิดเหตุ ได้คุยกับคนบ้านใกล้ๆโรงงาน บ้านเขาเสียหายทั้งหลังเลย บ้านดูใหม่มาก เขาเล่าว่า เป็นบ้านที่อยู่มา 10 ปีแล้วแต่เพิ่ง renovate เมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว เพิ่งลงเงิน เสร็จสิ้น และได้กลับเข้ามาอยู่ใหม่ แต่ระเบิดทำให้หลังคา 70% หายไปเลย ฝ้าถล่มลงมา กำแพงล้ม บ้านแถวนั้นเป็นประมาณนี้หมด ฝ้าพัง ถ้าเป็นบ้านไม้ก็ไม้ปริ

รัศมี 1 กิโลเมตรคือผลกระทบรุนแรงมาก อีกอย่างคือกลิ่น วันนี้เราไปใส่แค่ N95 เพราะประชาชนจริงไม่ใส่หน้ากากกันแก๊สหรอก เราจำลองตัวเองเป็นประชาชนคนหนึ่งว่าเขากลับมาอยู่ได้รึยัง เหม็นมาก ใจมันรู้สึกไม่ไหว อยากกลับ เจ็บคอ แสบคอ มึนหัว เลยประเมินสถานการณ์ขั้นต่อมาว่า คนยังกลับมาไม่ได้ แต่แค่แวะกลับมาดูสภาพบ้าน

เท่าที่เห็น มีบางคนเริ่มกลับมาซ่อมหลังคา ซ่อมฝ้าเอง เราสอบถามว่าจะทำอย่างไร เขาให้คำถามเรากลับมาว่า “แล้วจะให้ผมทำอย่างไรละครับ” เราพยายามจำลองตัวเองเป็นประชาชนคนหนึ่งในพื้นที่นั้น เรายังให้คำตอบให้เขาไม่ได้เลย

เราช่วยอะไรเขาไม่ได้ เราช่วยได้แต่เอาภาพนั้นออกมาให้คนอื่นได้เห็น


ความรู้สึกตรงที่เกิดเหตุเป็นอย่างไร


แวบแรกเรารู้สึกว่า ตลอด 13 ปีที่ทำงานเป็นช่างภาพข่าวมา นี่เป็นระเบิดใหญ่ที่สุดที่เคยเจอมา มันต้องถูกระบุเข้าไปในประวัติศาสตร์แน่นอน

มีเรื่องที่เราอยากตามให้สุด แต่ไม่รู้จะตามยังไงต่อได้หรือระยะเวลาจะนานแค่ไหน เราอยากตามเรื่องผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นด้านน้ำ กลิ่น อากาศ ทุกอย่าง ว่ามันจะส่งผลกับสุขภาพคนที่อยู่ในบริเวณนั้นยังไงต่อไปบ้าง ในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า สิ่งที่น่าเป็นห่วงจริงๆ ไม่ใช่ระเบิดหรอก แต่เป็นเรื่องผลระยะยาว

จุดไหนที่ตัดสินใจว่าจะออกจากพื้นที่

เราประเมินไว้ว่าจะได้ภาพอะไรมาบ้าง แต่ละวันเลยจะไม่ได้อยู่ทั้งวัน ถ้าสถานการณ์นิ่งๆ เราก็จะกลับ


สุภณัฐ รัตนธนาประสาน

ช่องทางติดตามผลงาน
www.instagram.com/suppanutt_

ผลงานเผยแพร่ที่
Thai PBS